อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
วันนี้มีการเทรดยูโรโดยใช้กลยุทธ์ Momentum ในขณะที่ไม่ได้เปิดออเดอร์ใด ๆ ตามกลยุทธ์ Mean Reversion
ข้างหน้ามีปฏิทินเศรษฐกิจที่แน่นมาก ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อ thị currency market เทรดเดอร์และนักลงทุนควรติดตามการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญอย่างใกล้ชิด เพราะอาจเป็นตัวกำหนดบรรยากาศการเทรดในช่วงถัดไป รายงานแรกที่จะได้รับความสนใจคือข้อมูลดุลการค้าสินค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ ฉบับปรับปรุง ซึ่งสะท้อนความแตกต่างระหว่างมูลค่าสินค้าส่งออกและนำเข้า หากตัวเลขออกมาคลาดเคลื่อนจากที่คาดไว้ อาจบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงด้านความสามารถในการแข่งขันของสินค้าอเมริกันในตลาดโลก และอาจส่งผลต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
การประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของ University of Michigan ก็มีความสำคัญเช่นกัน ดัชนีนี้ถือเป็นตัวชี้นำ (leading indicator) เนื่องจากสะท้อนความคาดหวังของครัวเรือนต่อภาวะเศรษฐกิจในอนาคต รายได้ส่วนบุคคล และเงินเฟ้อ พร้อมกันนั้นจะมีการเผยแพร่ข้อมูลคาดการณ์เงินเฟ้อด้วย การประเมินของผู้บริโภคเกี่ยวกับเงินเฟ้อในอนาคตมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายของ Federal Reserve หากความคาดหวังเงินเฟ้อปรับสูงขึ้น ก็อาจสนับสนุนมุมมองต่อการใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่มีการถกเถียงอย่างกว้างขวางในช่วงหลัง
นอกจากนี้ ยังต้องจับตาถ้อยแถลงของสมาชิก FOMC อย่าง John Williams และ Neel Kashkari เป็นพิเศษ มุมมองของพวกเขาเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน แนวโน้มเงินเฟ้อ และทิศทางนโยบายการเงินในอนาคต อาจแฝงสัญญาณสำคัญต่อทิศทางตลาด และอาจนำไปสู่การแข็งค่าขึ้นของดอลลาร์สหรัฐ หากจุดยืนของพวกเขาออกมาในเชิงผ่อนคลาย (dovish) ยูโรและปอนด์อาจขยายการปรับขึ้นต่อเนื่องจากช่วงเช้าได้อย่างรวดเร็ว
หากตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่ง ผมจะเน้นใช้กลยุทธ์ Momentum แต่ถ้าตลาดตอบสนองน้อยหรือแทบไม่ตอบสนองต่อการประกาศดังกล่าว ผมจะกลับไปใช้กลยุทธ์ Mean Reversion ต่อไป
กลยุทธ์ Momentum (Breakout Trading) สำหรับครึ่งหลังของวัน:
สำหรับ EUR/USD
สำหรับ GBP/USD
สำหรับ USD/JPY
กลยุทธ์ Mean Reversion (Fade/Reversal Trading) สำหรับครึ่งหลังของวัน:
สำหรับ EUR/USD
สำหรับคู่เงิน GBP/USD
สำหรับ AUD/USD
สำหรับคู่เงิน USD/CAD